ปลดล๊อคงานภาครัฐบริการด้วยพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกฯ

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) จัดงานประกาศใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ    พ.ศ. 2558 และการเปิดตัวคู่มือสำหรับประชาชนและเว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี        (นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) ผู้บริหารสำนักงาน ก.พ.ร. และผู้บริหารสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ บริเวณลานหน้าตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

         นายพงษ์อาจ ตรีกิจวัฒนากุล รองเลขาธิการ ก.พ.ร. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ก.พ.ร.    เผยว่า “ที่ผ่านมาการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐมีความไม่สะดวกหลายประการ เนื่องจากประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับบริการภาครัฐ เช่น เอกสาร หลักฐานที่ต้องใช้ ระยะเวลาแล้วเสร็จ ขั้นตอนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ รวมถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ส่งผลทำให้เกิดความยุ่งยากในการขอรับบริการ การได้รับบริการล่าช้า และต้องติดต่อหลายครั้ง รวมทั้งเป็นช่องทางการทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่ด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับการบริการภาครัฐ จึงมีการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558 และมีผลใช้บังคับภายใน 180 วัน ซึ่งก็คือวันที่ 21 กรกฎาคม นี้ นั่นเอง

                   สาระสำคัญของพระราชบัญญัติ ที่ส่งผลให้การบริการของหน่วยงานภาครัฐเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

                    ประการแรกคือ ส่วนราชการที่มีหน้าที่อนุมัติอนุญาตจะต้องจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน ซึ่งในคู่มือดังกล่าวจะระบุข้อมูลที่ประชาชนควรจะรู้ก่อนที่จะไปติดต่อขอรับบริการ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่จะต้องเตรียมมีอะไรบ้าง ใช้ตัวจริงหรือสำเนาเท่าไหร่ มีขั้นตอน ระยะเวลานานเท่าใด และที่สำคัญค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการได้เตรียมพร้อมก่อนมาขอรับบริการ โดยคู่มือนี้จะเผยแพร่ให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับทราบไม่ว่าจะเป็นการปิดประกาศ แจกจ่าย หรือเผยแพร่ในเว็บไซต์ก็ตาม ในส่วนนี้สำนักงาน ก.พ.ร.เองก็ได้ร่วมกับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) จัดทำเว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ www.info.go.th ขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่มีอยู่ในคู่มือประชาชนของทุกๆ หน่วยงานไว้ที่จุดเดียว ประชาชนผู้ใช้บริการก็สามารถเข้าถึงข้อมูลการให้บริการของภาครัฐได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังจัดให้มีสายด่วน โทร 1111 ต่อ 22 เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฯ และแจ้งปัญหาการบริการภาครัฐ

 

                   ประการที่สอง คือการเปลี่ยนแปลงวิธีการให้บริการ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่รับคำขออนุมัติอนุญาตแล้ว สิ่งแรกที่จะต้องดำเนินการคือ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนทันที หากพบว่าไม่ถูกต้องหรือขาดเอกสารใดก็จะต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ หากไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ต้องบันทึกข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม ที่สำคัญเจ้าหน้าที่สามารถขอเอกสารเพิ่มเติมได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามที่ประกาศไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน และหากไม่แล้วเสร็จก็จะต้องแจ้งให้ผู้รับบริการทราบภายใน 7 วัน

 

         หลักการสำคัญที่กำหนดไว้ในกฎหมายฉบับนี้ จึงถือเป็นการปลดล็อคงานบริการไปสู่มิติใหม่ของการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตของส่วนราชการ โดยช่วยชจัดความล่าช้า ทำให้การดำเนินการมีความโปร่งใส ชัดเจน สะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง ตรงเวลา เพื่อจุดมุ่งหมายคือประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง

5ความคิดเห็น
  • payai97

    27 ก.ค. 2015 - 17:13

    มันเหมือนหรือต่างจาก one stop service..อย่างไร

    เพราะสมัยนายกทักษิณ..ก็มีจุดบริการครบวงจรเสร็จที่จุดเดียวภายใน 5 นาที

  • somanyl

    28 ก.ค. 2015 - 12:03

    ก็แค่เอา วิธีการ บริหารจัดการ สมัย แม้ว

    มาทำให้เป็นลายลักษณ์อักษร

    จะได้เอาไว้อวดได้ว่า นี่แหละคือผลงาน 

    อีกหนึงวิธี ของการลอกเลียนแบบ 

    ที่ลอกกันมาแล้ว ในหลายๆวิธี

  • somanyl

    28 ก.ค. 2015 - 12:03

    ก็แค่เอา วิธีการ บริหารจัดการ สมัย แม้ว

    มาทำให้เป็นลายลักษณ์อักษร

    จะได้เอาไว้อวดได้ว่า นี่แหละคือผลงาน 

    อีกหนึงวิธี ของการลอกเลียนแบบ 

    ที่ลอกกันมาแล้ว ในหลายๆวิธี