หั่นงบทิ้ง

หั่นงบทิ้ง

https://www.khaosod.co.th/politics/news_2111906

อึ้ง! ยุค คสช.ซื้ออาวุธจีน 5 หมื่นล้าน ไม่รวมเรือดำน้ำ อ๋อยลั่น เป็นรัฐบาล หั่นงบทิ้ง!
 

ชำแหละงบคลัง อึ้ง! ยุค คสช.ซื้ออาวุธจีน5หมื่นล้าน ไม่รวมเรือดำน้ำ อ๋อยลั่น เป็นรัฐบาล หั่นงบทิ้ง!

จาตุรนต์ งบกองทัพ – วันที่ 20 ม.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang แสดงความเห็นเรื่อง เปลี่ยนนโยบายการคลังและงบประมาณ ระบุว่า

ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังตกต่ำ ประชาชนทุกระดับรู้สึกถึงความเดือดร้อนทั่วกันหมด รัฐบาลกำลังเอาเงินที่มาจากภาษีของประชาชนไปแจกอย่างต่อเนื่องเพื่อหาเสียงมากกว่าจะแก้ปัญหาความยากจนไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นและระยะ

พร้อมกันนั้นก็มีข่าวกองทัพกำลังจะซื้อรถถังจากจีนอีก 14 คันเป็นเงิน 2,300 ล้านบาท รวมทั้งหมด 5 ปีหลังรัฐประหารมานี้กองทัพไทยซื้ออาวุธจากจีนไปแล้วทั้งสิ้นรวมเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมเรือดำน้ำอีก 2 ลำ ที่ใช้งบราว 27,000 ล้านบาทในปี 2562 นี้

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้น่าสนใจว่าเกิดอะไรกับนโยบายการคลังและงบประมาณของประเทศในรอบหลายปีที่ผ่านมา

งบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ขาดดุลเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อขาดดุลประจำปีเพิ่มอีกไม่ได้แล้วก็ใช้วิธีอนุมัติงบประมาณที่มีผลผูกพันไปในอนาคต จนถึงปีงบประมาณปัจจุบันมีการผูกพันงบประมาณไปในระยะ 5 ปีข้างหน้าถึง 1,178,275 ล้านบาท

เมื่อสัปดาห์ก่อนนี้เองครม.เพิ่งให้ความเห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายของปี 2562 ไปด้วยวงเงิน 3 ล้านล้านบาท

พิจารณาย้อนหลังไปหลายปีจะพบว่าหลังจากการรัฐประหารสองครั้งที่ผ่านมา ทำให้งบประมาณของกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องโดดเด่นเป็นพิเศษ

ใน ปีงบประมาณ 2558-2562 มีข้อค้นพบที่น่าสนใจดังนี้

1.งบประมาณกระทรวงกลาโหม ที่สูงอยู่แล้วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมทั้งปี 2562 นี้ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 3%

2.งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการชะลอตัวหรือลดลงอย่างต่อเนื่องคือ -0.6% ในปี2560,-1.2%ในปี2561, และ -4%ในปี2562 ตามลำดับ

3.งบประมาณสำหรับรายจ่ายประจำ เงินเดือนและค่าจ้างสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีงบประมาณ 2562 นี้มีสัดส่วนสูงเป็นประวัติการณ์คือ 35 %ของงบประมาณโดยรวม

4.มีการตั้งงบประมาณผูกพันสำหรับการซื้ออาวุธเป็นจำนวนมากราว 43,860 ล้านบาท มีการผูกพันงบประมาณตั้งแต่ปี 2561-2565และปีต่อๆไปรวม 1,229,937.1ล้านล้านบาทและพบว่ามีการกระจุกตัวใน 3 กระทรวงใหญ่

5.การใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐใน 5 ปีมานี้ทำให้เป็นหนี้สะสมราว 6.5 ล้านล้านบาท มีการประมาณว่าการสร้างภาระผูกพันไปข้างหน้านี้จะทำให้หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับ 42%ต่อGDPในปัจจุบัน จะเพิ่มเป็น 47.30%ในปี2564

นโยบายการคลังและงบประมาณในหลายปีมานี้มีลักษณะหลงทิศผิดทางและเป็นผลเสียทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การตั้งงบประมาณในปี 2562 และการใช้จ่ายงบประมาณในระยะหลังนี้ยิ่งมีลักษณะเป็นการทิ้งทวนเพื่อประโยชน์ทางการเมืองจากฐานของรัฐบาลคือกองทัพกับข้าราชการและเพื่อการหาเสียงต่อประชาชนโดยตรงอีกด้วย

เมื่อพรรคไทยรักษาชาติเป็นรัฐบาล เราจะเปลี่ยนนโยบายการคลังและงบประมาณเสียใหม่ โดยจะลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ลงให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการป้องกันประเทศ และ สภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ขยายโอกาสในภาคส่วนต่างๆ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นี่ไม่ใช่การที่พรรคการเมืองหรือนักการเมืองล้ำเส้นกองทัพ แต่เป็นภาระหน้าที่โดยชอบในระบอบประชาธิปไตย ที่ปฏิบัติกันอยู่ทั่วไปในอารยประเทศ

4 ความคิดเห็น

 
Prem

 .....จำเป็นอย่างยิ่งครับ.....เพราะ.....ต้องเอาไว้โชว์ในงานว้นเด็ก

 
3 ส

อนาถ

ขี้เซา

 
เขี้ยวสั้น

ไม่ทันมั้งครับ เขาเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเพื่อจัดทำงบประมาณปี63ก่อนมีรัฐบาลใหม่...ด้วยหรือเปล่า?

 
big60

อนาคตของชาติ ไม่พังจะไปทางใหน เอางบหัวใจของประเทศคือการศึกษา ไปโป๊ะใส่งบที่ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย เด็กที่กำลังศึกษาอยู่ในวันนี้ ก็คือตัวอนาคตของประะเทศในวันข้างหน้าโดยตรง

...

ประเทศในวันข้างหน้า จะออกมาแบบใหน ก็อยู่ที่เด็กในวันนี้ ว่าจะมีคุณภาพทางความรู้และคุณธรรมแค่ใหน ถ้าแย่ ประเทศก็แย่ไปด้วย ส่วนคนรุ่นนี้ อีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว จะทิ้งบาปไว้ให้ประเทศทำไม

...

ส่วนกองทัพ ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลย ไม่ได้ทำสงครามกับไคร ต่อให้มีสงครามโลก ยังไงก็ไม่ใช่คู่สงคราม อย่างเก่งก็เป็นสงครามตัวแทน เป็นตัวแทนมหาอำนาจกลุ่มใหน เขาก็ให้ฟรีทั้งหมด

...

มีแค่พอป้องกันตัวก็พอแล้ว ไม่ต้องไปสะสมแข่งขันกับไครหรอก โดยโครงสร้างและศักยภาพของประเทศ มันไปไม่ถึงมหาอำนาจได้หรอก แล้วจะสะสมไปทำไม หาเลี้ยงคนในประเทศให้มีกินก็พอแล้ว