เกือบตายแล้วไปไหน เมื่อไหร่จะกลับมา

เรื่องราวเมื่อหลายปีก่อน
ผมเคยได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ไหล่ซ้าย
ที่ต้องออกแรงแบก รั้ง อุ้ม ผู้บาดเจ็บ

ข้อต่อไหล่  กลีโนฮิวเมอรัล
ที่มีหน้าควบคุม กำกับการเคลื่อนไหวของต้นแขน
เกิดการฉีกขาดและติดเชื้อเฉียบพลัน

นอกจากต้องฉีดยาฆ่าเชื้อแล้ว
ยังต้องเข้าเฝือกแขน แต่ยังโชคดีในความโชคร้าย
การบาดเจ็บเป็นที่แขนซ้าย ซึ่งผมถนัดขวา
ทำให้ยังสามารถทำงานต่อไปได้

มีเรื่องราวมากมายที่ต้องทำ
มีชีวิต และดวงตาที่จับจ้องและรอคอย

41ความคิดเห็น
  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 16:49

    เมื่อป่วยเอง รักษาตัวเอง ก็ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรแล้ว
    การใช้ยาต้านการอักเสบถูกอัดเข้าไปเต็มที่

    ยาที่จะไปกดกลไกบางอย่างของร่างกาย ด้วยการออกฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบ
    กดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรค และลดการรวมตัวของเม็ดเลือดขาว

    จึงทำให้มีผลลดความเจ็บปวด และเมื่อได้ขนาดของยาในปริมาณมาก
    บวกกับยารักษาอาการบาดเจ็บทั่วไปและยาฆ่าเชื้อ ทำให้รู้สึกชิลๆ

    แม้ไหล่ซ้ายจะถูกแขวนห้อยอยู่ด้วยเฝือก แต่แขนขวา มือขวาก็สามารถหยิบจับส่งขึ้นไป
    ใช้ร่วมกับมือซ้ายที่ห้อยอยู่ ช่วยทำกิจกรรมต่างๆได้สบาย

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 16:54

    การรีบถอดเฝือกให้เร็วที่สุดจึงเป็นเรื่องที่อยากทำมากที่สุด
    เมื่อถอดออกแล้ว แขนซ้ายทำงานได้ แต่ยังเจ็บอยู่มาก
    บ่อยครั้งที่แขนขวาต้องทำหน้าที่คล้ายเครนยกแขนซ้ายขึ้นไปคล้ายการเข้าเฝือก
    และทุกคืน การทำกายภาพบำบัดนั้นสำคัญ

    เพราะการอักเสบและฉีกขาดบริเวณส่วนนี้ ถ้าไม่มีการดูแลที่ดี
    เมื่อแผลหาย พังผืดอาจก่อเกิดขึ้น และไปกดเส้นประสาท
    ทำให้แขนชาหมดความรู้สึก แขนจะลีบเล็กไปในที่สุด

    แพทย์ชาวจีนสมัยโบราณเมื่อพันปี ใช้วิธีการรักษา
    ที่แม้ว่าจะดูโหดไปหน่อยก็ตาม ด้วยการหักส่วนที่เกิดพังผืดให้ฉีกขาดอีกครั้ง
    และใช้กิ่งไม้หลายๆอัน ดามรอบบริเวณแผล
    จัดลักษณะให้เหมาะสมพันผ้าให้แน่น และต้มยารักษาอาการอักเสบให้ดื่ม

    หลายเดือนผ่านไป ร่างกายสมานกระดูกจนติดอีกครั้ง
    เมื่อแกะเฝือกออก แพทย์จีนโบราณก็จะทำการกายภาพบำบัด
    ด้วยการสอนท่าบริหารต่างๆซึ่งเรียกกันว่า การฝึกกระบวนท่าเดินลมปราณยอดฝีมือ .  .  .  . /  /  /

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 16:56

    เพียงไม่กี่วัน ข้อต่อไหล่ผมก็มีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 90 %
    ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของยาต้านการอักเสบ จากนั้นไม่นาน

    ผมก็ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งที่ซี่โครง 3 ซี่ เนื่องจากถูกก้อนปูนใหญ่หล่นลงมาทับหลัง
    ขณะที่ผมยังนั่งก้มช่วยผู้บาดเจ็บ ผมไม่ได้หมดสติทันที

    นั่นย่อมทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างสาหัสทีเดียวละ
    และ จากนั้นไม่นาน ก็หมดความรู้สึก

  • Bugbunny

    21 เม.ย. 2017 - 17:19

    ดีใจที่คุณหมอหายเจ็บป่วยนะครับ

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 17:22

    ขอบคุณครับคุณ Bugbunny คารวะ  Victory

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 17:23

    ขณะนั้น ผมเห็นตัวเองนอนคว่ำทับแขนตัวเองอยู่
    ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นทุเลาลง จากนั้นผมค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่ง และยืน

    ผมเดินออกไปในที่แห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างมืด มีต้นไม้ใหญ่สองข้างทางร่มครึ้ม
    มีถนนสายเล็กพอแค่ให้รถสวนกันไปมาได้ แต่ไม่มีรถผ่านมาเลย

    รู้สึกกลัว ไม่รู้ว่าที่นั่นคือที่ไหน ผมเดินเรื่อยๆไปตามถนน
    เห็นผู้คนยืนคล้ายกับรอรถเมล์ ผมก็เดินเข้าไปรวมกลุ่ม

    เมื่อคนเหลานั้นเห็นผมเดินไปหา พวกเค้าก็สลายโต๋ หายไปทีละคนสองคน
    ทิ้งผมให้ยืนอยู่ในความมืดคนเดียวอีกครั้ง

    ด้วยความหวาดกลัว ผมออกเดินต่อไปเรื่อยๆ
    พบบ้านหลังนึงซึ่งเปิดหน้าร้านโล่งๆ มีผู้ชายอายุขนาดลุงนั่งอยู่
    ผมเดินเข้าไปหา แล้วถามว่าที่นี่คือที่ไหน ช่วยไปส่งผมได้ไม๊ผมจะให้เงิน

    ลุงคนนั้นรับปากว่าจะพาไปส่งในที่ๆสามารถผ่านไปได้
    จากนั้นก็พาผมลัดเลาะเดินผ่านไร่ ผ่านถนน
    แล้วในที่สุด เค้าก็บอกลา ให้ผมไปต่อเอง

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 17:25

    จากนั้นผมเดินไปเรื่อยๆ เจอผู้หญิงสองคน
    ผมขอร้องให้พวกเธอไปส่งผม เพราะผมไม่รู้ว่าที่นั่นคือที่ไหน แล้วจะกลับบ้านได้ยังไง

    เธอรับปาก และบอกว่ารู้จักผมดีและรู้ว่า ผมจะกลับไปทีไหน
    ระหว่างทาง เธอคุยกับผมมากมาย จำไม่ได้ว่าเธอต่อยหอยอะไรมั่ง
    เพราะนิสัยผมมักไม่ค่อยฟังคนพูดมาก

    ตอนนี้รู้สึกว่า เดินมาไว๊ไว ไม่เหนื่อยเหมือนตอนที่เดินมากับลุง
    ยังไม่ทันถึงบ้าน ผู้หญิงสองคนก็กล่าวลาผมอีกครั้ง

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 17:44

    จากจุดนี้ ผมรู้สึกว่า ต้องช่วยตัวเองอย่างเดียวแล้ว
    คงไม่มีใครสามารถพาผมกลับไปบ้านได้

    ปกติ ผมเป็นคนไม่ตื่นเต้นง่าย
    แต่ก็พะยามเรียงลำดับเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

    อะไรพาผมมายังจุดนี้ได้ และถ้าผมกลับไปยังจุดเดิมไม่ได้ผมจะไปที่ไหน
    จะต้องใช้ชีวิตยังไง ผมเป็นใครมาก่อน แล้วจะต้องทำอะไรต่อไป

    ตอนนั้น รู้สึกได้ถึงความกดดันมหาศาล ทั้งดึงทั้งฉุด ทั้งเหนี่ยวรั้ง
    ความเจ็บปวดเริ่มกลับมาอีกครั้ง มากขึ้นๆๆ
    จนเปลือกตากระเด้งเปิดขึ้นจนได้ เห็นผู้คนมากมายยืนล้อมรอบเตียง

    ดวงตาทุกคู่จ้องเขม็งมาที่ผม กล้ามเนื้อบนใบหน้าของทุกคนดูผิดปกติ
    อ่านภาษากายเพียงผ่านๆก็รู้ได้ถึงความห่วงใย การรอคอย
    ไม่ว่าพวกเค้า จะรอคอยให้ผมไปทำงานต่อ หรือไปช่วยรักษาพวกเค้า ฯลฯ

    แต่ไม่ว่าพวกเค้าจะรออะไร ผมก็ถือว่า การรอคอยของพวกเค้า
    มีผลที่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ยังมีดวงตาหลายคู่ ชีวิตหลายชีวิต
    รอคอยผมอยู่ ไม่ว่า การรอคอยนั้น มันคืออะไร

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 23:05

    ขอบคุณครับพี่ 3 ส Victory

  • เดือนเพ็ญริมโขง

    21 เม.ย. 2017 - 19:28

    รออ่านครับ

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 23:05

    จบแว้ว

  • หลวงพี่เตี้ย

    21 เม.ย. 2017 - 19:43

    รออ่านครับ  Victory

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 23:05

    จบแว้วครับ

  • songvit

    21 เม.ย. 2017 - 20:02

    นอกจากเป็นหมอ แล้ว สมควรเขียนหนังสือ ขายครับ สุดยอดครับ ปิ๊ง!

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 23:06

    ฮี่ๆๆๆๆๆ Tongue

  • Chuu

    21 เม.ย. 2017 - 20:18

    น่าสนใจมากครับหมอ.......จบหรือยังครับ....จะแชร์ไปให้เพื่อนๆครับ

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 23:06

    จบแล้วครับคุณ Chuu ขอบคุณครับ  Victory

  • payai97

    21 เม.ย. 2017 - 21:34

    ขอยกย่องจิตใจคุณหมอบีเวอร์...    คารวะ ยกโป้ง

    นอกจากจะเสียสละทั้งชีวิต..เพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกแล้ว

    จิตใจยังแข็งแกร่ง อดทนต่อความเจ็บปวดให้มีชีวิตอยู่ต่อไป..เพื่อช่วยเหลือชีวิตคนอื่น

    มาถึงวันนี้คุณหมอปลอดภัยแล้ว มีความสุขสบายดีจากอานิสงส์ที่ทำ..แต่ก็ยังหยัดสู้กับอธรรม

  • บีเว่อร์

    21 เม.ย. 2017 - 23:10

    ขอบคุณครับป้าใหญ่  Tongue  คารวะ

    ที่ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะอยากสื่อไปถึงผู้มีอำนาจทั้งหลาย ที่อายุปาเข้าไปอยู่ช่วงสุดท้ายของชีวิตเต็มที
    ดูพวกเค้าไม่หวั่นเกรงกับความตายที่ค่อยๆคืบคลานเข้าไปหาเค้าทุกเมื่อเชื่อวัน

    คนไทยถูกปลูกฝังให้เชื่อเรื่องของนรกสวรรค์
    แต่เพราะความกลัวที่ซ่อนลึกอยู่ จึงแกล้งโกหกตัวเองไปต่างๆนาๆ
    ความจริงก็คือ ไม่มีใครรู้จริงว่าสิ่งที่กล่าวอ้างสืบต่อกันมานั้น มันมีจริงหรือไม่

    แม้แต่ เลียว โอนาโด ดาวินชี ศิลปินผู้เป็นอัจฉริยะที่เคยปรามาศว่าพระเจ้าไม่มีจริง
    ครั้นตอนเค้าใกล้จะตาย ไม่มีพระหรือใครๆคอยอยู่เป็นเพื่อน
    พอพระเจ้าฟรังซัวที่ 1 แห่งฝรั่งเศสทรงรู้เข้า

    ก็เสด็จไปยังห้องนอนของเค้า ทรงประทับบนเตียงและนั่งกอดเค้าไว้
    ทรงปลอมประโลมไม่ให้เค้ากลัวความมืดเมื่อดวงตาเค้าเริ่มมองไม่เห็นแสง
    ดาวินชีขอร้องพระองศ์ อย่าเพิ่งเสด็จกลับ ท่านก็รับปาก
    และนั่งกอดอยู่อย่างงั้น ปลอบอยู่อย่างนั้นจนดาวินชีสิ้นใจ

    ทำให้ผมคิดว่า ขณะที่เรายังแข็งแรง ไม่ได้กำลังตะกายตัวเองขึ้นจากบ่อเหวแห่งความตามตาย
    เรามีเรี่ยวแรง และสามารถที่จะอวดดีต่อพระเจ้าได้
    แต่เมื่อถึงเวลานั้นเข้าจริงๆ ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงการยืนหยัดและวิ่งหนี
    ดวงตาไม่แลเห็นแสงสีใดแม้แต่น้อย เบื้องหน้ามีแต่ความดำมืด

    รู้สึกคล้ายกับมีมือเหล็กยักษ์ใหญ่กะลังฉุดรั้งชีวิตให้หลุดลอย
    สัญชาติญาณสัตว์ทุกผู้ที่รักชีวิตจะตะเกียดตะกายเพื่อหวังชีวิตรอด

    ผู้มีอำนาจ มีเงินทองก็ไม่พ้นวงจรนี้
    ผมคิดว่า ลุงตูเบ้เอย ป้าไฝงามเอย อาแปะขายหมูเอย
    ทะไมเค้าถึงหลงระเริงกันมากยังกะตัวเองจะไม่ตายแน่ะครับ ป้าใหญ่

    Victory

  • สีดอ

    22 เม.ย. 2017 - 06:01

       คุณหมดว่าพวกที่ อำนาจนอกระบบ ปกป้องมันอยู่ทุกวันนี้มันจะมี สำนึก ในทางดีๆ ไหมครับ เพราะพระสงฆ์ผู้ชรา(สมเด็จช่วง)พวกมันยังสร้างเรื่องใส่ร้าย และทำร้ายจิตใจพระท่านได้ถึงขนาดนี้   อ่านขอเขียนคุณหมอแล้วผมก็ไม่อยาก แช่ง ใครเวรกรรมของใครก็รับกันไปเอง พวกมันสร้างเวรกรรมกันเองน่ะครับ

       ก็ขอให้เจ้ากรรม นายเวร จงรีบๆตามพวกที่ทำระยกับ พระ กับสงฆ์ และพระพุทธศาสนาเร็วด้วยก็ดีน่ะครับ

  • บีเว่อร์

    22 เม.ย. 2017 - 14:51

    ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง กาลเวลาโหดร้าย
    ทุกชีวิต ทุกอำนาจต้องมีการเปลี่ยนแปลง
    คลื่นลูกใหม่ไล่คลื่นลูกเก่าครับ เราได้เห็นแน่

  • ผักหวานป่า

    22 เม.ย. 2017 - 09:39

    อ่านแล้วทำให้เดาว่า เมื่อหมดสติ จิตจะออกจากร่างไปในภพที่ไม่ทราบ

    ได้พบเห็นบางสิ่งที่ไม่น่าเกิด เช่นคนหายไปที่ละคนจนคนกลุ่มนั้นหมด 

    แต่มวลกรรมดีที่หมอได้ทำ พาวิญญาณของหมอพบสาวพาออกจากวังวนเวียนของภาพมายาได้

    คิดว่า ผดก.เขาก็รู้ แต่ไม่กลัว เขาเอาปัจจุบันให้ชนะ ให้อิ่มเอมไว้ก่อน

    เมื่อถึงวาระนั้น ก็อาจทำเหมือน ดาวินชี ก็ได้ นะ  พลีส

     

  • บีเว่อร์

    22 เม.ย. 2017 - 14:54

    เม้นท์บรรรทัดสุดท้ายสุดยอดมากครับ ผมว่ามันใช่เลย
    ผมเกรงว่า ถ้าพวกเค้าก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนคู่ขนานกับโลกนี้

    มวลเหลาโจทย์ทั้งหลายที่คอยตั้งแถวรอรับอยู่
    ไม่รู้ว่า ผดก.จะฝ่าด่านรุมกระทืบของจิตที่ยังอาฆาตได้ป่าวไม่รู้ดิ่

    ปูลู อยากรู้ว่า พระเจ้าฟรังค์ซัวทรงปลอบดาวินชีว่ายังไง
    คงไม่พูดประมาณว่า ขอพระเจ้าโปรดรับดวงวิญญาณของเค้าสู่อ้อมพระหัตถ์ด้วยเถิด รอกนะครับ ตลกแย่

    พลีส 

  • SPACE

    22 เม.ย. 2017 - 11:38

    ถ้าเราตั้งสมมติฐาน

    ให้จิตวิญญานเป็นพลังงานรูปหนึ่ง

    และสมมติว่ามันเป็น

    รูปแบบพลังงานที่เรียกว่าดีเอ็นเอ

    ดีเอ็นเอมีโครงสร้างที่ทำงานเป็นระบบ

    มีระบบรับส่งสัญญาณที่ทำงานคล้ายๆเครื่องมือสื่อสาร

    ทำให้ดีเอ็นเอสามารถบรรจุข้อมูลมากมายในมวลสาร

    เมื่อรวมตัวกันเป็น theme

    Theme developes  function

    function developes operation

    Then operation developes spirit-soul.

  • SPACE

    22 เม.ย. 2017 - 12:07

    SPACE ใช้สมมติฐานนี้ 

    อธิบายว่าเวลาที่เราเกือบตาย

    จิตวิญญาณจะยังแหวกว่าย

    ถ่ายเทพลังงานอยู่ในดีเอ็นเอ

    ข้อมูลหรือภาวะต่างๆที่เราได้รับ

    มาจากฐานพลังงานสะสมในดีเอ็นเอ

    Smart Soul Vs Smart Phone

    is a meta Sci-fi fiction.

  • บีเว่อร์

    22 เม.ย. 2017 - 14:58

    จิตวิญญาณเป็นสาระสำคัญในปรัชญาและตำนานของเพลโต
    แม้ว่าความเป็นอมตะยังเป็นสิ่งเคลือบแคลง

    ศาสนาคริสต์เชื่อว่ามีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่มีวิญญาณอมตะ
    แต่ศาสนาอื่นๆเช่น พุทธ ฮินดู เซน ถือว่าสิ่งมีชีวิตทางชีวภาพมีวิญญาณเหมือนกันหมด
    เช่นเดียวกับคำสอนของอริสโตเติล

    บางลัทธิเชื่อว่า แม่น้ำและภูเขาก็มีจิตวิญญาณ เหมือนกับคำสอนของ
    โสคราตีส อริสโตเติล ฯลฯ

    ไม่รู้ว่าตอบตรงประเด็นป่าวนะครับ เพราะผมก็ไม่ค่อยรู้
    ไม่เคยศึกษา แต่อ่านมามั่งนิดๆหน่อยๆ

    ขอบคุณครับคุณ SPACE

  • ชอบกินหมูกรอบ

    22 เม.ย. 2017 - 11:38

    .................ดีใจที่สิดพรี่ฯ ผ่านพ้นมาได้ ง่ะ  ยอม 

    ปูลู รักนะ

  • บีเว่อร์

    22 เม.ย. 2017 - 14:59

    ขอบคุณครับสริดน้อง  :)

    ปูลู Victory

  • SPACE

    22 เม.ย. 2017 - 16:54

    อาการปวดแบบนี้  บางทีก็เล่าไม่ออกบอกไม่ถูกนะคะ

    นอกจากคนที่เคยมีประสบการณ์แบบเดวกัน

    กระดูกหักจะเจ็บไม่เหมือนปวดกล้ามเนื้อ

    เเต่เจ็บกว่าหกล้มเข่ากระแทกพื้น

    เจ็บแบบลื่นตกบันไดลงมาเอวเคล็ด

    ประมาณนั้นล่ะค่ะ

    ขำ

     

  • บีเว่อร์

    22 เม.ย. 2017 - 17:16

    เออๆ ช่ายๆครับ มันปวดผสมกับจุกๆด้วย

  • บีเว่อร์

    22 เม.ย. 2017 - 17:15

    การฉีดยาเข้าข้อที่เป็นปัญหาโดยตรงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อฉีดให้
    ตรงที่ผมอยู่ตอนนั้นไม่ค่อยมีแพทย์เฉพาะด้าน ก็ต้องรักษาแบบกว้างๆ

    แต่ถ้าได้แพทย์ที่มีความชำนาญแบบในคลิป ฉีดยาเข้าเฉพาะที่ได้ก็จะหายไวดีครับ
    แพทย์ในไทยนิยมรักษาด้วยการฉายคลื่นอัลตราซาวน์กับการใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นตรงที่มีอาการบาดเจ็บ

    ขอบคุณมากครับคุณ SPACE

  • tongtata

    22 เม.ย. 2017 - 20:02

    น่าเห็นใจอาชีพหมอ กับอาชีพตำรวจ จริง ๆ

    1 เป็นอาชีพที่ สถานที่และสิ่งแวดล้อมไม่เจริญหูเจริญตา

    2 สถานที่ทำงาน ที่ ใคร ๆ ก็ไม่อยากไป ถ้าไม่จำเป็น

    3 ทำงานไม่เป็นเวลา เสียงที่หมอและตำรวจน่าจะกลัว คือเสียงโทรศัพท์

     

    เอ ผมนี่ชักจะเลอะเทอะแฮะ . .

    เดี๋ยวจะไปท้าตูเบ้ยิง! . . ขำ

     

     

     

  • บีเว่อร์

    22 เม.ย. 2017 - 23:16

    เห๋อๆ ไม่เหมือนกันทุกคนรอกครับคุณทองฯ ก็ดูหมอนิ่มซิ ขำ

    ไปเมื่อไหร่บอกด้วยนะ จะไปด้วย  ฟันหลอ

    เพลงเพราะครับ  ยกโป้ง 

  • tongtata

    22 เม.ย. 2017 - 20:15

    ที่โรงพยาบาลบ้า . .

    คนไข้ยืนแหงนหน้ามองท้องฟ้า หันมองโน่นมองนี่

    หมอเดินผ่านมาเห็น เพื่อจะเอาใจคนไข้

    ก็เลยหยุดเดินแหงนหน้ามองโน่นมองนี่บ้าง

     

    คนไข้หันมามองหมอ แล้วก็เดินจากไป

    ก่อนไปก็พูดว่า หมอท่าจะบ้า!! . . ฮา!

  • บีเว่อร์

    22 เม.ย. 2017 - 23:17

    หัวเราะ  เหมือนป้าใหญ่   ขำ ขำ

  • บีเว่อร์

    23 เม.ย. 2017 - 01:48

    โอ้โฮ เนื้อเพลงสุดยอดไปเลยโดยเฉพาะเพลงแรก เห๋อๆ
    เจ๋งทั้ง 2 เพลง ขอบคุณครับ

     ยกโป้ง คารวะ  Victory