เพื่อไทย สอนมวย อีสุวรรณมาลีปากสุนัข อัด'จำนำข้าว'สร้างภาระรบ.'บิ๊กตู่' 'ช่อ'อัด'บิ๊กตู่'5ปีผลาญงบ8หมื่นล. กลับดับ'ไฟใต้'ไม่ได้

เพื่อไทย สอนมวย อีสุวรรณมาลีปากสุนัข อัด'จำนำข้าว'สร้างภาระรบ.'บิ๊กตู่' 'ช่อ'อัด'บิ๊กตู่'5ปีผลาญงบ8หมื่นล. กลับดับ'ไฟใต้'ไม่ได้

https://www.dailynews.co.th/politics/737292

 'พท.'สอนมวย'มาดามเดียร์' อัด'จำนำข้าว'สร้างภาระรบ.'บิ๊กตู่'

“มาดามเดียร์” ถูกเด็กพท.สอนมวย หลังอภิปราย อัด”โครงการรับจำนำข้าวยิ่งลักษณ์”สร้างภาระผูกพัน รบ.ประยุทธ์  ด้าน “จิรายุ” อัดข้อมูลสับสน กังขามีคนเขียนข้อมูลให้  ซัดกลับเรือดำน้ำ-บอลลูนก็สร้างหนี้ให้ประเทศ

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562 เวลา 21.40 น.
เมื่อเวลา 19.20 น. เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่รัฐสภา น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลุกขึ้นกล่าวอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตอนหนึ่งว่า  การทำงบขาดดุลของรัฐบาลอาจจะเกิดหนี้สาธารณะ โดยบางคนเปรียบเทียบว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่ามีหนี้สาธารณะสูงที่สุด  ภาพรวมอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่หากดูรายละเอียดจะพบความจริงว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ กับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้นปีงบประมาณ 2555 -2557 มีการกู้เงินทั้งสิ้น 950,000 ล้าน เฉลี่ย 2 ปี แต่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์มีการใช้เงินกู้ปีละ 4.5 แสนล้าน ขณะที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ทั้งสิ้น 2.2 หมื่นล้าน แต่เบิกกู้จริงเพียง 2 ล้าน แต่เมื่อหารจากปีที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ได้บริหารงบประมาณตั้งแต่ปี 2558-2562 พบว่าค่าเฉลี่ยเงินกู้อยู่ที่ประมาณปีละ 408000 ล้านบาท

น.ส.วทันยา ยังกล่าวต่อว่า เมื่อดูค่าเฉลี่ยต่อปีพบว่ามีการกู้เงินน้อยกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปีละ 38,000 ล้านบาท และหากยังจำได้ในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์มี 1 โครงการที่เป็นที่กล่าวขานไปทั่วประเทศ นั่นก็คือโครงการรับจำข้าว ซึ่งขณะนั้นตัวเลขเงินกู้ไม่ได้ปรากฏในร่างงบประมาณ เพราะเป็นการกู้จากงบประมาณกึ่งการคลัง ซึ่งปัจจุบันพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังได้มีการกำหนดเรื่องนี้ไว้ ซึ่งสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์มีหนี้จากโครงการจำนำข้าว 8.8 แสนล้านบาท ซึ่ง 1 ในภาระเงินกู้ที่รัฐบาลต้องจัดสรรในทุกๆ ปี ส่วนหนึ่งมาจากต้องไปชดใช้ในโครงการนี้ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1.5 แสนล้านบาท หรือ 7.5 เปอร์เซ็นต์จากเงินกู้ทั้งหมดของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์
                
ต่อมา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นขอใช้พาดพิงกรณีที่น.ส.วทันยาว่า สิ่งที่น.ส.วทันยาพูดกำลังทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับเรื่องตัวเลขการจำนำข้าว ซึ่งก็ไม่รู้ใครทำตัวเลขมาให้ ไม่มีรัฐบาลไหนในโลกเขาไปแยกรายการแบบนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นตนบอกว่าซื้อเรือดำน้ำหมื่นกว่าล้านบาทแล้วแยกไปชำระหนี้ได้หรือไม่  หรือแม้แต่บอลลูนที่บินไม่ขึ้นถามว่าเอามาชำระหนี้ได้หรือไม่ ฉะนั้นจึงอย่าทำแบบนี้ เพราะพยายามบอกว่าเสียหายจากการจำนำข้าว แล้วนำมาหาร และพูดว่ารัฐบาลทำถูก ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลในอดีต ประเทศไทยไม่ค่อยไปไหน เพราะชอบพูดถึงอดีต หากบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้งบประมาณ 3 ล้านล้านบาทไปทำอะไรแล้วเราเห็นด้วย ก็จะยกมือให้ แต่เมื่อพาดพิงไปถึงอดีตก็ต้องมีการชี้แจงเพราะบางเรื่องเป็นข้อเท็จ แต่บางเรื่องก็เป็นข้อจริง ส่วนที่บอกว่า 3 ปีตั้งแต่ปี 55 ถึงปี 57 มีการกู้โดยรัฐบาลที่แล้ว ตกปีละประมาณ 446,000 ล้านบาท รวมแล้ว 3 ปีกู้ไป 950,000 ล้านบาท และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชากู้ 5 ปีตั้งแต่ปี 58-62 จำนวน 2.042 ล้านล้านบาท ซึ่ง 3 ปีกับ 5 ปีก็ไม่เหมือนกัน แล้วมาพูดตีกินแบบนี้ได้อย่างไร ประเด็นต่อมารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาในปี 57 เกิดน้ำท่วม ซึ่งไม่รู้ว่ารัฐบาลไหนก่อนหน้านั้นมีการแบกหนี้ต่อเนื่อง จึงต้องมีการตั้งงบประมาณขาดดุล และกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ ดังนั้นหากยังวนอยู่กับอดีตไม่ก้าวไปข้างหน้า บ้านเมืองก็เดินไปไม่ได้ นอกจากนี้ในส่วนของวิธีคิดการชำระเงินของประเทศ สิ่งที่ไม่ได้เงินคืนคือการสร้างโรงพยาบาลโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่เราได้สวัสดิการเพื่อประชาชน ถ้าบอกว่ากระทรวงสาธารณสุขของนายอนุทิน ชาญวีรกูล  ใช้ปีหนึ่ง 5 แสนล้านบาทแต่ไม่มีรายได้คืนแล้วนำมาหาร บอกว่ารัฐบาลเป็นหนี้แบบนี้ได้หรือไม่ จึงฝากบอกไปยังซีกรัฐบาลให้ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ พวกเราอดทนฟังมา 2 วัน เป็นคำชี้แนะจากซีกฝ่ายค้านก็รับไว้ หากใช้การเมืองแบบเดิมไปพูดเรื่องอดีตแล้วต่อว่าต่อขานก็จะไม่จบ ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมต้องรีบตัดบท และเปิดให้ผู้อภิปรายคนอื่นได้ขึ้นอภิปรายทันที โดยน.ส.วทันยา ไม่ได้ชี้แจงอย่างไร

จากนั้น นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวอภิปรายตอนหนึ่งว่า การทำรัฐประหารนั้นกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ หากไปดูงบประมาณรายจ่ายครั้งนี้ก็เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ หากมองย้อนหลังไป 5ปี คือในปี 57 จนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่างบประมาณขาดดุล และครั้งนี้ก็มีการจัดสร้างงบประมาณขาดดุลอีกเช่นเคย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ถ้านำงบไปกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น แต่ถ้าจัดงบฯ เพื่อขาดดุล แล้วไม่เกิดผลดี ตั้งงบประมาณไปซื้อรถถัง ซื้ออาวุธ ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ ถือว่าเป็นการทำร้ายประเทศชาติอย่างให้อภัยไม่ได้ อย่างไรก็ตามการจัดงบประมาณครั้งนี้ก็ไม่สอดรับกับยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลทำขึ้นมาเอง ทั้งนี้ ตั้งแต่ยึดอำนาจมายังไม่เคยได้ยินรัฐบาลบอกเลยว่าจะหารายได้มาจากไปบ้าง ตอนนี้สินค้าเกษตรย่ำแย่ การส่งออกลดน้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการจะผูกคอตายกันหมดแล้ว แหล่งท่องเที่ยวขึ้นป้ายประกาศขายตึก ขายบ้าน ขายคอนโดและโรงแรมกันเป็นแถว นี่คือสภาพที่แท้จริง หรือเรียกว่าเผาจริงแล้ว การท่องเที่ยวที่เป็นความหวังของประเทศก็เสื่อมทรุด นับตั้งแต่ปี 57-62 การจัดเก็บภาษีต่ำกว่าการประมาณการมาโดยตลอด
                
นายสงคราม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีการจัดงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมต่อพื้นที่ ที่ผ่านมาก็ต่อว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาว่าจัดงบประมาณตามฐานคะแนนเสียง แต่วันนี้กลับทำสิ่งที่ด่าคนอื่นมากกว่าอีก รัฐบาลในฐานะผู้กำกับการใช้จ่ายเงินกลับนำงบเหล่านี้ไปให้บางจังหวัดที่เขาช่วยเหลือตัวเองได้ แต่จังหวัดที่มีความเจริญน้อยและห่างไกลกลับได้งบประมาณน้อย ซึ่งรัฐบาลควรชี้แจงและนำไปแก้ไขด้วย ขอให้รัฐบาลพิจารณางบประมาณในทางที่จะก่อให้เกดประโยชน์กับประเทศมากกว่านี้

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/737292

.....

...........

........................

https://www.dailynews.co.th/politics/737291

 'ช่อ'อัด'บิ๊กตู่'5ปีผลาญงบ8หมื่นล. กลับดับ'ไฟใต้'ไม่ได้

“ช่อ” ซัด “บิ๊กตู่” 5 ปีที่ผ่านมาใช้งบดับไฟใต้ 8 หมื่นล้าน แต่ปัญหาแก้ไม่ได้  เหตุติดวิสัยทัศน์ผู้นำ อัดงบกอ.รมน.แทรกแซงใช้งบจังหวัด

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562 เวลา 21.05 น.

น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  อภิปรายเรื่องงบประมาณด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม ว่า งบฯ ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งกว่า 16 ปีที่มีความขัดแย้งมากที่สุดในโลก มีคนเสียเสียชีวิตกว่า 4 พันราย บาดเจ็บนับหมื่นราย ตนดีใจที่นายกฯ ลุกขึ้นตอบเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ แต่ 5 ปีที่เป็นนายกฯ มาใช้งบฯ จัดการปัญหาภาคใต้ไปถึง 81,924 ล้านบาท เฉลี่ยประชาชนเสียภาษีให้กับการแก้ไขปัญหานี้วันละ 56 ล้านบาท แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้แก้ปัญหาไม่สำเร็จ เพราะติดที่วิสัยทัศน์ผู้นำ
 
น.ส. พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนติดใจที่นายกฯ ตอบว่ารากฐานปัญหาความขัดแย้ง ความรุนแรง และความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นเพราะประชาชนได้รับข่าวสารที่บิดเบือน ซึ่งอีกไม่กี่วันจะครบเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ตากใบ ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้  15 ปีที่ผ่านมา ใช้งบ 3 แสนล้านบาท เฉพาะงบพัฒนาอย่างเดียวไม่ใช่งบความมั่นคง เข้าปีที่ 16 ใช้ไป 1.3 แสนล้านบาท ปัญหาไฟใต้ก็ยังไม่ดับ ความรุนแรงลดลงแต่ยังไม่หมด เพราะคุณภาพชีวิตคนยังไม่ดีขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐก็ยังไม่ดีขึ้น และประชาชนในพื้นที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อเดือน นอกจากนี้ งบฯ ที่ลงสู่จังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่แค่ 1 หมื่นกว่าล้านบาทที่อยู่ในแผนบูรณาการ รวมแผนพื้นฐานงบจังหวัด กลุ่มจังหวัด งบบุคลากร แผนยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมแล้ว 36,561 ล้านบาท ปีนี้ลดลงไป 520 ล้านบาท ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นองค์กรสำคัญที่รัฐใช้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาชายแดนใต้ แต่มีอำนาจในการแทรกแซงการใช้งบฯ 36,561 ล้านบาท โดยเฉพาะงบจังหวัด ทั้งที่ในพื้นที่อื่น กอ.รมน.ไม่มีอำนาจในการแทรกแซง ซึ่งปี 2561 เบิกจ่ายงบฯ ของตัวเองได้แค่ 77 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหน่วยงานรัฐทั้งประเทศ
“ความรุนแรงภาคใต้ลดลงปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ และนายกฯ บอกว่าที่ลดลงเพราะกลุ่มผู้ก่อการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการดำเนินการ เป็นการยกระดับปัญหาไปสู่เวทีนานาชาติจึงจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงน้อยลง เพื่อให้เกิดการยอมรับในนานาชาติ ฉะนั้นนี่จึงไม่ใช่ความสำเร็จของแผนบูรณาการของรัฐบาล ไม่ใช่ตัวชี้วัดอะไรได้ และตัวชี้วัดในเรื่องการพูดคุยสันติภาพก็ไม่มี พยายามเปิดอ่านก็ไม่มี ตัวชี้วัดดังกล่าวเคยเป็นตัวชี้วัดหนึ่งในการวัดความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ คือการพูดคุยสันติภาพมีความคืบหน้า แต่ตอนนี้ตัวชี้วัดนั้นไม่มีและไม่ได้รับการพูดถึงในแผน ไม่ทราบว่าความฝันที่จะสร้างสันติภาพชายแดนภาคใต้เป็นความฝันเดียวกับที่ประชาชนต้องการหรือไม่ หรือตกลงสันติภาพสร้างที่ปลายกระบอกปืน หรือสันติภาพสร้างบนการเคารพสิทธิมนุษยชน” น.ส. พรรณิการ์ กล่าว

.... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/737291

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    4

3 ความคิดเห็น

 
Prem

....ผมมันคนซื่อ(ชอบอ่านหนังสือแบบไแ้ยุทธ)....สุวรรณ แปลว่า ทอง....มาลี แปลว่า ดอกไม้.... รวมกันแล้วคือ....ทอง+ดอกไม้....ใครหว่าใกล้คุก หรือ วงษเจื้อยแจ้ว(ไอ้ระยำฉายเนชั่วมันหามาเก็บเอาไไว้)

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
willy

16

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

.ทอง+ดอกไม้

ขำขำ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1