โยงกันอย่างบังเอิญ?

โยงกันอย่างบังเอิญ?

โยงกันอย่างบังเอิญ?
 

สัญญาณบวก ยกระดับความหวังบอลไทยไปบอลโลกในชาตินี้

ล่าสุดทีมชาติไทยเอาชนะยูเออี 2 ประตูต่อ 1 กับฟอร์มการเล่นที่แสดงให้เห็นถึงเชิงบอลไทยยุคโค้ชญี่ปุ่นที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด วิ่งไล่บี้ไล่บดทีมจากตะวันออกกลางที่ชั้นบอลเหนือกว่าจนไปไม่เป็น

โชว์ “สปิริต” การเล่นเป็นทีมมากสุด นับตั้งแต่มีฟุตบอลทีมชาติไทยมาเลยก็ว่าได้

กระแสสังคมออนไลน์ ชื่นชม ยกย่อง อวยกันสนั่นโลกโซเชียลมีเดีย

กลบเสียงเจี๊ยวจ๊าววุ่นวาย ลืมการเมืองเครียดๆไปได้ชั่วขณะ ในจังหวะสถานการณ์ที่ตอนแรกนึกว่าอารมณ์ยิงมุกฮาเฮงานอีเวนต์ก่อนประชุม ครม. กับลีลา “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่เย้าแหย่ทีมนักแสดงโขนของศูนย์ศิลปาชีพที่โปรโมตโขนรามเกียรติ์ ตอน “สืบมรรคา”

ชวนนางยักษ์ “กังกาศตไล” มาเฝ้าประตูทำเนียบฯ กันเหตุวุ่นวาย

อารมณ์ทีเล่นแต่แฝงทีจริง ตามเงื่อนไขสถานการณ์ตรงหน้า กับม็อบที่เริ่มขยับแข้งขยับขา โผล่กลับมาหลังรัฐบาลอำนาจพิเศษหมดโปรโมชันส่งไม้ต่อให้รัฐบาลเลือกตั้ง อย่างที่ “นายหน้า” สมัชชาคนจนส่งตัวแทนมาเจรจาความกับรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหา “จนซ้ำซาก” ของชาวบ้าน

ประกอบกับในจังหวะที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยรัฐบาลเน้นความสำคัญแบบที่ล่าสุด

ครม.มีมติให้วันที่ 4-5 พฤศจิกายน เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและนนทบุรีให้หยุดราชการ

เพื่อลดปัญหาจราจรและมาตรการด้านความปลอดภัย

แต่ในเครื่องหมายคำถาม ข่าวกรองฝ่ายความมั่นคงได้กลิ่นอะไรโชยมาหรือไม่ หรืออาการผวาม็อบป่วนมันหวนคำนึงไปถึงฉากสถานการณ์ม็อบเสื้อแดง นปช.บุกล้มประชุมอาเซียนที่พัทยา

ในสภาพที่หน่วยความมั่นคงก็แตกออกเป็นสายๆ อารมณ์แบบที่ “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไม่ได้กระตือรือร้นแอ่นอกปกป้อง “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ที่โดนฝ่ายต้านทหารรุมถล่มจากรายการเดี่ยวไมโครโฟน

มีแค่ “บิ๊กตู่” คนเดียวที่ป้อง “บิ๊กแดง” ปลูกฝังความรักชาติ

สะท้อน “พี่ใหญ่” กับ “น้องรัก” อยู่กันคนละทีม ในการรับมือ “สงครามลูกผสมยุค 5 จี” แบบที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแท็กทีมค่ายสีส้มพรรคอนาคตใหม่ของ “ไพร่ห้าพันล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินหน้าสกัด พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยฯ

“ทะลึ่งบ้อง” ใช้อำนาจสภา ล้ำขอบเขตอะไรควรไม่ควร

ในจังหวะป่วนๆก็เป็นคนดังอย่างนายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเลกเชอร์เมืองไทยยุค “ความเมือง” ไม่ใช่ “การเมือง” ตามท้องเรื่อง “ประชาชน พรรคการเมือง ทหารไทย ติดกับดักวิกฤติใหม่ประเทศไทย”

ยี่ห้อ “บุรุษเสื้อกั๊ก” มักโผล่มาในห้วงการเมืองเข้าด้ายเข้าเข็ม

และตามฉาก “เดจาวู” เหมือนเหตุการณ์เก่าวนกลับมาเกิดซ้ำ เมื่อเห็นหน้า “ธีรยุทธ บุญมี” ก็จะมีเงารางๆของคนชื่อ “อานันท์ ปันยารชุน” อยู่ด้านหลัง

ประกอบกับสถานภาพปัจจุบันของอาจารย์ธีรยุทธได้ย้ายห้องทำงานประจำ จากมหาวิทยาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปอยู่วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

“แหล่งรวมจอมยุทธ์” ในสังกัดของ “วีรบุรุษประชาธิปไตย” นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาฯ ผู้เปลี่ยนโผนายกรัฐมนตรี ในยุคผู้ดีรัตนโกสินทร์อย่างนายอานันท์เบิ้ลเก้าอี้สองรอบ

มันเชื่อมโยงฉากสถานการณ์อย่างไม่น่าบังเอิญจงใจ

และที่อันตรายกับสุขภาพรัฐบาล “ประยุทธ์ ภาค 2” เมื่อมือปราบคอร์รัปชันยี่ห้อ “แก้วสรร อติโพธิ” อดีต คตส.ชุดไล่ล่าขุมทรัพย์ “ทักษิณ” ขยับออกมาเปิดเลกเชอร์กฎหมาย “conflict of interest”

เขย่าปมผลประโยชน์ทับซ้อน ผ่อนดีกรีห้าวเป้ง “เจ้าสัวน้อย” เบรกจังหวะการเร่งถอนทุนเลือกตั้งแข่งกับไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน รถไฟฟ้าสีส้ม เมืองการบินอู่ตะเภา ฯลฯ

ตามสภาพรัฐบาลผสมจากการเลือกตั้งที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา

การเมืองส่อย้อนกลับวังวนเก่า คอร์รัปชันถอนทุนเลือกตั้ง

ลามเป็นรายการลองของวัดพลัง “เจ้าสัวใหญ่” ที่กำลังทำโปรเจกต์ “ซีเอสอาร์” ควักเงินมหาศาลในกงสีมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ คืนกำไรให้สังคมไทย

พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถอยกรูดเกือบหงายหลังหกล้ม.

ทีมข่าวการเมือง

https://www.thairath.co.th/news/politic/1683858

การ์ตูน เซีย


เมื่อพระศรีอาริย์จะมา
 
กิเลน ประลองเชิง17 ต.ค. 2562 05:02 น.
SHARE
 
 
 

เรื่องราวในพระไตรปิฎกมี 8 หมื่น 4 พัน พระธรรมขันธ์ ทั้งยืดยาวลึกซึ้งซับซ้อน ชาวพุทธน้อยคนจะอ่านจบ จนวันนี้ มีผู้รู้จำแนกแยกเรื่อง สนใจเรื่องอะไรก็มีหนังสือเฉพาะเรื่องให้อ่านง่ายๆ

หนังสือ “พระศรีอาริย์จะมาเมื่อไหร่ และพระพุทธเจ้า 9 พระองค์” (มูลนิธิแม่นวล พ่อพัว ทรงฤกษ์ จัดพิมพ์ พ.ศ.2554) พี่มหา จำเนียร ทรงฤกษ์ ผมนับถือคุ้นเคย สมัยบวชเณรอยู่วัดดาวดึงษ์ บางยี่ขัน เรียบเรียงให้อ่าน ลึกซึ้งกว้างขวางพิศดารกว่าที่เคยรู้

ขออนุญาตคัดย่อ มาแต่พอเข้าใจ

เมื่อครั้งนั้น ครั้งเมื่อเมืองพาราณสี เปลี่ยนชื่อเป็น “เกตุมดี” มีความยาว 16 โยชน์ กว้าง 1 โยชน์ ที่ประตูเมืองทั้ง 4 แห่ง มีต้นกัลปพฤกษ์ 4 ต้น พระนครเกตุมดี มีกำแพงแก้ว 7 อย่าง 7 ชั้น

พระเจ้าสังขจักรพรรดิ ทรงครองราชสมบัติอยู่ในพระนครเกตุมดีนั้น มีพระราชาทั้งปวงแวดล้อม ทรงครองจักรพรรดิสมบัติในชมพูทวีปทั้งปวง ดั่งเสวยทิพยสมบัติ

ครั้งนั้น พระเมตไตรยโพธิสัตว์ ได้รับเชื้อเชิญจากเทพยดาทั้งหลาย ให้มาบังเกิดจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต มาปฏิสนธิในครรภ์นางพรหมวดี ภรรยาสุพรหมพราหมณ์ ราชปุโรหิต

ในจักรวาลทั้งสิ้นได้มีกลิ่นหอมฟุ้งไป เทพยดาทั้งหลายพากันสักการบูชา ดั่งห่าฝนตกลงมาในท่ามกลางอากาศ ปรากฏนิมิต
น้อยใหญ่ 32 ประการ ในชมพูทวีปทั่วไป

นิมิตน้อยใหญ่ 32 ประการ เป็นประการใด

พี่มหา จำเนียร ทรงฤกษ์ ค้นคว้ามาจากหนังสือหลักปฐมสมโพธิ ของอาจารย์ ปุ้ย แสงฉาย เฉลยไว้ในเชิงอรรถ...ดังต่อไปนี้

1.มีแสงสว่างไม่มีประมาณได้ แผ่นไปในหมื่นโลกธาตุ 2.คนตาบอดกลับตาดี 3.คนหูหนวกได้ยินเสียง 4.คนใบ้พูดได้ 5.คนหลังค่อมมีตัวตรง 6.คนง่อยเปลี่ยนเดินได้

7.สัตว์ถูกพันธนาการหลุดออกหมด 8.ไฟนรกทั้งปวงดับ 9.ความหิวกระหายของเปรตสงบระงับไป 10.ภัยไม่มีแก่สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย 11.โรคและไฟคือกิเลส มีราคะ เป็นต้น สงบระงับไป

12.คนทั้งหลายพูดกันด้วยวาจาอ่อนหวาน 13.ม้าและช้างส่งเสียงร้องก้อง 14.ดนตรีทั้งปวงดังขึ้นเอง 15.เครื่องประดับของมนุษย์กระทบกัน มีเสียงดังกังวาน 16.ทั่วทุกทิศแจ่มใส

17.ลมอ่อนๆเย็นพัดพามาทำให้เกิดความสงบสุขแก่สรรพสัตว์ 18.ฝนนอกฤดูกาลตกลงมา 19.น้ำพุ่งขึ้นจากพื้นดิน 20.ฝูงนกหยุดบิน 21.แม่น้ำหยุดไหล 22.น้ำในมหาสมุทรมีรสหวาน

23.พื้นที่ทั้งปวงดารดาษไปด้วยดอกประทุม 5 อย่าง 24.ดอกไม้ ทั้งบนบกและในน้ำบานสะพรั่ง 25.ต้นไม้ กิ่งไม้ เครือไม้ทั้งหลาย มีดอกปทุมบานสะพรั่ง

26.ดอกปทุมพร้อมก้านผุดขึ้นมาจากแผ่นศิลาแห่งละ 7 ดอก 27.ดอกปทุมห้อยย้อยในอากาศ 28.มีฝนดอกไม้ตกลงมา 29.มีทิพยดนตรีบันลือเสียงในอากาศ

30.ในหมื่นโลกธาตุ มีพวงดอกไม้ มีพัดวาลวีชนี อบร่ำด้วยกลิ่นดอกไม้และกลิ่นธูป 31.โลกันตนรก ที่มืดอยู่เป็นนิจ ก็เกิดมีแสงสว่าง 32.ประตูหน้าต่างเปิดออกเอง

ลองทบทวน 32 นิมิตมหัศจรรย์ ด้วยกัน...ข้อ 20 ฝูงนกหยุดบิน ข้อ 21 แม่น้ำหยุดไหล ข้อ 22 น้ำในมหาสมุทรมีรสหวาน...ยาก ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้

หรือข้อ 12 คนทั้งหลายพูดจากันด้วยวาจาอ่อนหวาน ที่อาจพอเป็นไป แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่เป็น

ชาวพุทธแต่โบราณเชื่อตามคัมภีร์นี้ จึงอดทนทำบุญทำกุศลไว้ ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย ไปอีกเกือบครึ่งพุทธกาล หวังว่าในยุคพระศรีอาริย์ จะได้เกิดอีกครั้ง

ถึงเวลานั้นไม่ว่าจะอยู่นอกสภาฯหรือในสภาฯ มนุษย์จะเลิกทะเลาะกัน หันมาพูดจากันแต่เรื่องดีๆ.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1683350

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

ติดตามครับ

02

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0